เทคโนโลยีเพื่อลดภัยจากผู้ก่อเหตุร้ายในโรงเรียน

บทความ
10 ตุลาคม 2018
หากเกิดเหตุร้ายกราดยิงในโรงเรียน เมื่อชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย...คุณจะไว้ใจเทคโนโลยีได้หรือไม่? ขั้นตอนที่ลงมือด้วยตัวเองทำให้ความปลอดภัยส่วนบุคคลตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่?

ที่ Axis เรามุ่งมั่นคิดค้นโซลูชันด้านการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะที่ทำให้โลกอัจฉริยะและปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่เทคโนโลยีต้องผสานรวมกับบุคคลและกระบวนการ เพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม ด้วยข้อมูลจากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในโรงเรียน เราได้สำรวจคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีระหว่างภัยการกราดยิงในโรงเรียน

คณะผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย Michele Gay ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ  Safe & Sound Schools, Paul Timm, สมาชิกของสภาความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน ASIS และ  Kevin Wren ผู้บริหารการจัดการความเสี่ยง การรักษาความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉินที่โรงเรียนประจำเขตร็อกฮีลล์ในสหรัฐอเมริกา อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะผู้เชี่ยวชาญในตอนท้ายของบทความ

การป้องกันภัยคุกคาม

โรงเรียนทั่วโลกเริ่มตระหนักถึงภาวะความเสี่ยงต่อความปลอดภัยส่วนบุคคลกันมากขึ้น และเลือกล็อกประตูภายนอกเพื่อป้องกันจากภัยคุกคามภายนอกไม่ให้เข้าสู่โรงเรียน น่าเสียดายที่ วิธีนี้ทำให้นักเรียนที่มาสายและแขกผู้มาเยือนต้องถูกปิดกั้นเช่นกัน หากไม่มีเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ต้องเดินออกไปเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้การไม่ได้ในโรงเรียนที่มีแขกผู้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ซึ่งหมายความว่า ประตูทางเข้าหลักมีแนวโน้มที่จะปลดล็อกไว้ตลอดเวลาเพื่อความสะดวก กลายเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน

students_walking_campus_1802_1700w.jpg
มีโซลูชันต่างๆ มากมายในการป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกไม่ให้เข้าสู่โรงเรียน โซลูชันหนึ่งก็คือการใช้ระบบล็อกอัตโนมัติกับประตู

ตรงกันข้าม ระบบล็อกอัตโนมัติที่สามารถเปิดประตูได้จากระยะไกลเพียงแค่กดปุ่มเดียวจะสามารถช่วยจัดการแขกผู้เยี่ยมชมโรงเรียนได้ เพื่อรับรองความปลอดภัยส่วนบุคคล และเป็นประโยชน์สำหรับการปฏิบัติงาน โดยทั่วไป ระบบนี้จะนำไปใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีอินเตอร์คอมที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สื่อสารกับแขกผู้มาเยือนที่ประตูได้ เมื่อยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยสถานีประตูเครือข่ายรวมกับทางเข้าควบคุมจากระยะไกลอัตโนมัติ และระบบเสียงสองทางพร้อมวิดีโอความละเอียดสูง ระบบดังกล่าวจะมอบความสามารถให้กับเจ้าหน้าที่โรงเรียน ทำให้เห็นภาพบุคคลที่ขอเข้าและประเมินภัยคุกคามได้ดีขึ้น

การตรวจจับและยืนยันภัยคุกคาม

 

classroom_electronic_experiment_1701_1700w.jpg
การยืนยันภัยคุกคามเป็นเรื่องการประเมินของแต่ละบุคคล เสียงระเบิดดังอาจเป็นเพียงแค่การทดลองทางเคมีที่ผิดพลาด

หากมีภัยคุกคามเข้าสู่โรงเรียน ย่อมมีช่วงเวลาหนึ่งผ่านไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก่อนที่ภัยนั้นจะถูกตรวจจับและระบุได้ การยืนยันภัยคุกคามเป็นเรื่องการประเมินของแต่ละบุคคล เช่น เสียงแก้วแตกอาจเป็นลูกบอลที่หลุดจากสนามเด็กเล่น เสียงดังอาจเป็นการทะเลาะกันระหว่างนักเรียนสองคน และเสียงระเบิดดังอาจเป็นการทดลองทางเคมีที่ผิดพลาด ความสงสัยเป็นธรรมชาติของมนุษย์ และเรามักจะอยากเห็นด้วยตาตัวเองก่อนจะสรุปว่าเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งนั่นย่อมเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างชัดเจน หากมีคนเข้าไปอยู่ในเส้นทางของเหตุกราดยิงในโรงเรียน

ในอีกแง่หนึ่ง เทคโนโลยีไม่มีคุณสมบัติที่อิงความเห็นส่วนตัว ระบบวิเคราะห์การตรวจจับเสียงส่งการแจ้งเตือนและส่งข้อมูลไปยังระบบอัตโนมัติที่เชื่อมต่ออยู่ เมื่อตรวจพบเสียงแก้วแตก เสียงดัง หรือ “เสียงปืน” ในเหตุกราดยิง ระบบนี้อาจช่วยรักษาชีวิตและเวลาตอบสนองอันมีค่า 

แต่จะทำยังไงกับสัญญาณหลอกที่มีอยู่มากมาย ที่ระบบดังกล่าวอาจสร้างขึ้นมากันล่ะ? ความวุ่นวายระหว่างที่นักเรียนเปลี่ยนห้องเรียน เสียงกระแทกประตูล็อกเกอร์ เด็กๆ ที่ตะโกนไปตามโถงทางเดินเพื่อเรียกเพื่อน...การพึงพาเทคโนโลยีประเภทนี้เพียงอย่างเดียวเพื่อแจ้งเตือนไปยังผู้รักษากฎหมายและหน่วยกู้ภัยโดยตรงคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก กลยุทธ์ที่ดีกว่าอาจเป็นการใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อแจ้งเตือนผู้ดูแลหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนก่อนถึงสิ่งที่อาจเป็นภัย หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สามารถยืนยันหรือเมินเฉยภัยได้อย่างปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีกล้องวิดีโอวงจรปิดความละเอียดสูง ซึ่งทำให้ประเมินสถานการณ์ได้ดีขึ้นว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป 

การส่งข้อความฉุกเฉิน

เมื่อประเมินแล้วว่าอันตรายดังกล่าวเป็นภัยใกล้ตัว จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งผู้รักษากฎหมาย และสื่อสารภัยไปทั่วโรงเรียน การโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายตามปกตินั้นเสียเวลามาก การตะโกนไปตามโถงทางเดินมีขอบเขตที่จำกัด การตอบสนองทั้งสองแบบอาจดึงดูดความสนใจไม่พึงประสงค์จากผู้ร้ายไปยังผู้ที่แจ้งเตือน

เพื่อให้แน่ใจว่าข้อความจะส่งถึงทุกคนที่โรงเรียนทั้งภายในและภายนอก การประกาศผ่านระบบเครื่องขยายเสียงของโรงเรียนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด การใช้โซลูชันเครื่องขยายเสียงของ Axis ช่วยให้สามารถเข้าใช้งานระบบจากระยะไกลได้ด้วยอุปกรณ์มือถือ ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจน หากเข้าไปไม่ถึงแผนกต้อนรับส่วนหน้า นอกจากการส่งข้อความแล้ว ระบบยังสามารถประกาศข้อความที่บันทึกไว้ล่วงหน้าได้ เพื่อสื่อสารระเบียบวิธีและคำแนะนำเกี่ยวกับภัยคุกคามได้ครบถ้วนในลักษณะที่สงบและปฏิบัติได้จริง

c3003_1cable_brickwall_1604_1700w.jpg
เพื่อสื่อสารภัยคุกคาม การใช้โซลูชันเครื่องขยายเสียงมีข้อดีหลายประการ เช่น การเข้าถึงระบบจากอุปกรณ์มือถือ

ในแง่การสื่อสารกับโลกภายนอก สัญญาณเตือนเหตุฉุกเฉิน (หรือสัญญาณเตือน “อาละวาด”) จะส่งสัญญาณฉุกเฉินไปยังหน่วยกู้ภัยและผู้รักษากฎหมายโดยทันทีอย่างลับๆ แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเหตุที่กำลังเกิดขึ้น

การใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อ ทำให้ระบบเหล่านี้อาจมีการผสานรวมอัตโนมัติเพิ่มเติมกับป้ายอิเล็กทรอนิกส์หรือไฟสัญญาณที่โรงเรียนได้ รวมไปถึงเชื่อมต่อกับระบบการแจ้งเตือนหลักและการแจ้งเตือนวงกว้าง เพื่อเตือนผู้คนให้อยู่ห่างจากเขตอันตราย

การปิดล็อก

โรงเรียนทั่วโลกเริ่มใช้วิธี “ปิดล็อก” ตอบสนองกับเหตุกราดยิง แต่นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน และโรงเรียนยังมุ่งมั่นปรับปรุงระเบียบวิธีและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ประตูห้องเรียนมักใช้ประโยชน์จากล็อกและกุญแจแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นระบบที่ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่พัฒนาดีขึ้น ก่อนจะสำรวจบทบาทที่เป็นไปได้ของเทคโนโลยี ลองมาประเมินสถานการณ์ของล็อกและกุญแจทั่วไปกันก่อน

ปัจจุบันประตูและกลไกระบบล็อกยังไม่มีมาตรฐานทั่วโลก และแต่ละประเทศมีระบบล็อกที่แตกต่างกันไปอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ประตูห้องเรียนในสหรัฐฯ มักมีทางออกขั้นเดียวและเปิดออก ในขณะที่ยุโรปใช้ประตูทางออก 2 ขั้นและเปิดเข้า นอกจากนี้ ในสหรัฐฯ ประตูมักล็อกจากด้านนอก และต้องมีกุญแจ แม้ว่าการติดตั้งประตูให้เป็นโหมดล็อกจากด้านในได้ถาวรนั้นสามารถทำได้ แต่ก็ยุ่งยาก เมื่อครูต้องหยุดการสอนเพื่อเปิดประตูให้กับนักเรียนที่มาสาย ดังนั้น การไม่ล็อกประตูเพื่อความสะดวกจึงเป็นหลักปฏิบัติกันโดยทั่วไป นอกจากนี้ คุณครูต้องคอยพกกุญแจประตูห้องเรียนไว้กับตัว นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งเมื่อทฤษฎีและการปฏิบัติไปด้วยกันไม่ได้ เนื่องจากคุณครูหลายทางไม่พกกุญแจ นี่จึงเป็นระบบที่มีจุดอ่อนด้านความปลอดภัยและมีช่องโหว่ทางระเบียบวิธีที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีครูสอนแทน? พวกเขามีกุญแจหรือไม่? พวกเขาทราบระเบียบวิธีหรือไม่?

ในบริบทเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริง และต้องใช้ล็อกและกุญแจแบบดั้งเดิม คุณครูต้องวิ่งหากุญแจประตูห้องเรียนก่อน พวกเขาต้องออกไปที่ทางเดินกลาง ซึ่งอาจต้องเผชิญหน้ากับผู้ร้ายโดยตรง พวกเขาต้องเสียบกุญแจเข้าในล็อกขณะกำลังหวาดกลัว และน่าจะตัวสั่น ล็อกประตู ดึงกุญแจออก ก่อนจะกลับไปหาความปลอดภัยในห้องเรียนและปิดประตู

access_cont_door_position3_1303_1700w.jpg
การควบคุมการเข้าถึงด้วยเครือข่ายที่ใช้กับประตูภายในกำจัดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยส่วนบุคคล และค่อนข้างคุ้มค่า

การควบคุมการเข้าถึงด้วยเครือข่ายที่ใช้กับประตูภายในแก้ไขโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ เนื่องจากระบบจะช่วยปิดและล็อกประตูห้องเรียนได้จากส่วนกลางด้วยการกดปุ่มเดียว ขั้นตอนอัตโนมัตินี้ลดความล่าช้าที่ไม่จำเป็น รวมถึงลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลด้วยเทคโนโลยีล็อกและกุญแจ โซลูชันยังใช้งานได้ดีในเหตุเพลิงไหม้ด้วย เนื่องจากประตูยังสามารถเปิดได้จากภายในห้องเรียน ในแง่ต้นทุนของระบบ ระบบควบคุมการเข้าถึงด้วยเครือข่ายนี้ค่อนข้างคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในการติดตั้งกุญแจประตูใหม่ เมื่อกุญแจหาย หรือเจ้าหน้าที่ลาออก 

รับรองผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

มีเพียงไม่กี่วิธีที่เทคโนโลยีจะช่วยปรับปรุงความปลอดภัยในโรงเรียนได้ อย่างที่กล่าวถึงไปแล้ว เทคโนโลยีต้องผสานรวมกับบุคคลและกระบวนการเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม ถ้าจะให้ผู้คนไว้ใจเทคโนโลยี ความปลอดภัยและความเชื่อถือได้ของผลิตภัณฑ์ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Axis จึงพิถีพิถันกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ และโซลูชันของเราเสนอการปกป้องทางไซเบอร์สามชั้น ที่สำคัญที่สุด เราทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยทั่วโลก ซึ่งสามารถช่วยโรงเรียนสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยขึ้นได้ โดยการประเมินจุดอ่อนด้านความปลอดภัย พัฒนาแผนฉุกเฉิน ออกแบบระบบการรักษาความปลอดภัย และฝึกอบรมนักเรียนและเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญอิสระที่สามารถช่วยคุณค้นหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของคุณที่สุด

ฟังคณะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในโรงเรียนแบ่งปันประสบการณ์เรื่องความปลอดภัยของโรงเรียนจากงานประชุมความปลอดภัยของโรงเรียน Axis

 

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในโรงเรียน

  • Michele Gay, ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Safe & Sound Schools, ผู้คุ้นเคยกับจุดอ่อนด้านความปลอดภัยในโรงเรียนเป็นอย่างดี คุณพ่อผู้สูญเสียลูกสาว Josephine ในเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมแซนดี้ฮุกในเดือนธันวาคม 2012 นับตั้งแต่นั้นมา Michelle กลายเป็นทนายผู้มุ่งมั่นเรื่องความปลอดภัยของโรงเรียน และพูดคุยกับผู้รักษากฎหมาย นักการศึกษา พ่อแม่ และชุมชนเป็นประจำ
  • Paul Timm, กรรมการที่มีใบรับรองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security Professional - PSP) เป็นหนึ่งในสมาชิกของสภาความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน ASIS และผู้เขียนหนังสือ “School Security: How to Build and Strengthen a School Safety Program” เขายังมีใบรับรองด้านวิธีการประเมินคุณเสี่ยง และช่วยเหลือหลายโรงเรียนในการวางแผนด้านความปลอดภัย และการสนับสนุนเมื่อเกิดเหตุวิกฤติ
  • Kevin Wren ผู้บริหารการจัดการความเสี่ยง การรักษาความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉินที่โรงเรียนประจำเขตร็อกฮีลล์ ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในด้านการรักษากฎหมายและความปลอดภัยของโรงเรียน  Kevin ใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยในโรงเรียน และขยายประสิทธิภาพของทีมรักษาความปลอดภัยที่คล่องตัว โดยนิตยสาร Campus Safety ตั้งฉายาให้แก่เขาว่า ผู้บริหาร K-12 แห่งปี 2016
อ่านเพิ่มเติม
Security solutions for schools
Winston Goh
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: Winston Goh, Regional Marketing Head, South Asia Pacific, Axis Communications
โทรศัพท์: +65 6836 2777
ข้อมูลเพิ่มเติม